อภิญญา 6

posted on 20 Aug 2009 11:04 by chartzmaximilianz
อัชฌาสัยของท่านที่ชอบมีฤทธิ์มีเดชทำอะไรต่ออะไรเกินกว่าสามัญชนจะทำได้ เรียกว่าอัชฌาสัยของท่านผู้มีฤทธิ์ หรือท่านผู้ทรงอภิญญา ๖

อภิญญา ๖ นี้ เป็นคุณธรรมพิเศษสำหรับนักปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะต้องฝึกฝนตนเป็นพิเศษ ให้ได้คุณคุณธรรมห้าประการก่อนที่จะบรรลุมรรคผล หมายความว่า ในระหว่างที่ทรงฌานโลกีย์นั้น ต้องฝึกฝนให้สามารถทรงคุณสมบัติห้าประการดังต่อไปนี้

๑.อิทธิฤทธิ์ แสดงฤทธิ์ต่าง ๆได้

๒.ทิพยโสต มีหูทิพย์ สามารถฟังเสียงในที่ไกล หรือเสียงอมนุษย์ได้ยิน

๓.จตูปปาตญาณ รู้การตายและการเกิดของคนและสัตว์

๔.เจโตปริยญาณ รู้ความรู้สึกในความในใจของคนและสัตว์

๕.ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติต่าง ๆที่ล่วงมาแล้วได้

ทั้งห้าอย่างนี้ จะต้องฝึกให้ได้ในสมัยที่ทรงฌานโลกีย์ ต่อเมื่อฝึกฝนคุณธรรมหกประการนี้คล่องแคล่วว่องไวดีแล้ว จึงฝึกอบรมวิปัสสนาญาณต่อไป เพื่อให้ได้อภิญญาข้อที่ ๖. ก็จะเข้าสู่ความเป็นโลกุตรฌาน นั่นคือเข้าสู่ความเป็นพระอริยะ

๖. อาสวักขยญาณ ได้แก่การทำลายอาสวะให้หมดสิ้นไป


วิธีฝึกอภิญญา

วิธีฝึกอภิญญานี้หรือ ฝึกวิชาสาม และปฏิสัมภิทาญาณ โปรดทราบว่า เอามาจาก "วิสุทธิมรรค" ไม่ใช่ผู้เขียนมีคุณพิเศษตามที่เขียน เพียงแต่ลอกมาจากวิสุทธิมรรค และดัดแปลงสำนวนเสียใหม่ให้อ่านง่ายเข้าใจเร็ว และใช้คำพูดเป็นภาษาตลาดที่พอจะรู้เรื่องสะดวกเท่านั้นเอง โปรดอย่างเข้าใจว่าผู้เขียนสร้างคำสอนขึ้นมาเอง นรกจะเล่นงานผู้เขียนแย่ ส่วนใหญ่ในข้อเขียนก็เอามาจากวิสุทธิมรรค และเก็บเล็กผสมน้อยคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์บ้างตามแต่จะจำได้

สำหรับอภิญญาข้อ ๓. ถึงข้อ ๕. ได้อธิบายมาแล้วในวิชาสาม สำหรับในอภิญญานี้ จะอธิบายเฉพาะข้อ ๑ กับข้อ ๒.

อิทธิฤทธิ์ ญาณข้อ ๑. ท่านสอนให้ฝึกการแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ การแสดงฤทธิ์ทางพระพุทธศาสนานี้ ท่านสอนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

ท่านให้เจริญคือฝึกกสิณอย่างให้ชำนาญ กสิณแปดอย่างมีดังนี้

๑.ปฐวีกสิณ เพ่งธาตุดิน

๒.อาโปกสิณ เพ่งธาตุน้ำ

๓.เตโชกสิณ เพ่งไฟ

๔.วาโยกสิณ เพ่งลม

๕.ปีตกสิณ เพ่งสีเหลือง

๖.นิลกสิณ เพ่งสีเขียว

๗.โลหิตกสิณ เพ่งสีแดง

๘.โอทาตกสิณ เพ่งสีขาว

เหลือกสิณอีกสองอย่างคือ

อาโลกสิณ เพี่งแสงสว่าง และอากาศกสิณ เพ่งอากาศ ท่านให้เว้นเสีย ทั้งนี้จะเป็นเพราะอะไรท่านไม่ได้อธิบายไว้ แต่สำหรับท่านที่ทรงอภิญญาจริง ๆ ที่เคยพบในสมัยออกธุดงค์ท่านบอกว่า ท่านไม่ได้เว้น ท่านทำหมดทุกอย่างครบ ๑๐ กอง

ท่านกล่าวว่า กสิณนี้ถ้าได้กองแรกแล้วกองต่อไปไม่มีอะไรมาก ทำต่อไม่เกิน ๗ วัน กองยากจะใช้เวลานานอยู่กองแรกเท่านั้นเอง ต่อไปจะได้อธิบายในการปฏิบัติกสิณพอเป็นตัวอย่าง

ปฐวีกสิณ กสิณนี้ท่านให้เพ่งดิน เอาดินมาทำเป็นรูปวงกลม โดยใชสะดึงขึงผ้าให้ตึงแล้วเอาดินทา เลือกเอาเฉพาะดินสีอรุณ แล้วท่านให้วางไว้ในที่พอเหมาะที่จะมองเห็นไม่ใกล้และไกลเกินไป เพ่งดูดินให้จำได้แล้วหลับตานึกถึงภาพดินนั้น จนภาพนั้นติดตา
ต่อไปไม่ต้องดูภาพดินภาพนั้นก็ติดตาติดใจจำได้อยู่เสมอ ภาพปรากฏแก่ใจชัดเจน จนสามารถบังคับภาพนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนสึไปทีละน้อย จากสีเดิมไปเป็นสีขาวใน จนใสหมดก้อน และเป็นประกาย สวยงดงามคล้ายแก้วเจียระไน อย่างนี้เรียกว่า ถึงอุปจารฌาณละเอียด ต่อไปภาพนั้นจะสวยมากขึ้นจนมองดูระยิบระยับจับตา เป็นประกายหนาทึบ อารมณ์จิตตั้งมั่นเฉยต่ออารมณ์ภายนอกกาย คล้ายไม่มีลมหายใจ อย่างนี้เป็นฌาน ๔ เรียกได้ว่า ฌานปฐวีกสิณเต็มที่แล้ว

เมื่อได้อย่างนี้แล้ว ท่านผู้ทรงอภิญญาท่านนั้นเล่าต่อไปว่า อย่าเพิ่งทำกสิณกองต่อไป เราจะเอาอภิญญากัน ไม่ใช่ทำพอได้ เรียกว่าจะทำแบบสุกเอาเผากินไม่ได้ ต้องให้ได้เลยทุกอย่าง ได้อย่างดีทั้งหมด ถ้ายังพร่องแม้แต่นิดหนึ่งก็ไม่ยอมเว้น ต้องดีครบถ้วนเพื่อให้ได้ดีครบถ้วน

ท่านว่า พอได้ตามนี้แล้ว ให้ฝึกฝนเข้าฌานออกฌาน คือเข้าฌาน ๑,๒.๓.๔ แล้วเข้าฌาน ๔,๓,๒,๑ แล้วเข้าสลับฌาน คือ ๑,๔,๒,๓ ๓,๑,๔,๒ ๔,๑,๒,๓ สลับกันไปสลับกันมาอย่างนี้จนคล่อง คิดว่าจะเข้าฌานระดับใดเมื่อใดก็ได้

ต่อไปนี้ก็ฝึกนิรมิตก่อน ปฐวีกสิณเป็นธาตุดิน ตามคุณสมบัติท่านว่า สามารถทำของอ่อนให้เป็นแข็งได้ สำหรับท่านที่ได้กสิณนี้ เมื่อเข้าฌานแล

Comment

Comment:

Tweet

ที่ตามหานะ ไม่เจอ..... ถึงเวลาก็เจอเอง
ตอนนี้ท่านอยู่กับม้าเผือก ไทยลาว

#2 By แก่นไผ่ (103.7.57.18|27.55.14.105) on 2012-08-30 23:29

r4xMZO <a href="http://aumfupdojphc.com/">aumfupdojphc</a>, [url=http://pzhrxrganexh.com/]pzhrxrganexh[/url], [link=http://qxgzgmhpfiqs.com/]qxgzgmhpfiqs[/link], http://dobkyoqcjdqr.com/

#1 By VNWLHfrLWUBrDVHn (89.28.14.35) on 2010-10-20 12:19